Select Language : Thai   English   Japanese   Indonesian   Chinese   Korean






















 



 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ค้นหา

 [ 21/05/2558 ]วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร  [  1228 ครั้ง ]
 
   วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เป็นวัดที่มีความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์และเป็นวัดท่องเที่ยว ซึ่งเป็นที่รู้จักของประชาชนชาวไทยโดยทั่วไป ในฐานะที่เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากวัดหนึ่งของประเทศไทย ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 14 กิโลเมตร อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,053 เมตร อยู่ในเขตตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ องค์พระเจดีย์ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาแห่งหนึ่ง มีชื่อว่า ดอยสุเทพ แต่เดิมเป็นที่อยู่อาศัยของฤาษี มีนามว่า สุเทวะ เป็นภาษาบาลี มีความหมายว่า เทพเจ้าที่ดี ซึ่งตรงกับความหมายของคำว่า สุเทพ นั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงได้ ชื่อว่า ดอยสุเทพ ซึ่งมาจากชื่อของฤๅษี คือสุเทวะฤาษี ตามประวัติได้แจ้งว่า เมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 19 พระเจ้ากือนา ได้ ทรงสร้างวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารไว้บนยอด เขาดอยสุเทพ โดยได้นำเอาพระบรมธาตุ ของพระพุทธเจ้า ที่พระมหาสวามี นำมาจากเมืองปางจา จังหวัดสุโขทัย บรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์พระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร นอกจากจะเป็นวัดที่มีความสำคัญมากแล้ว ยังเป็นพระอารามหลวง 1 ใน 4 ของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย (พระอารามหลวงหมายถึง วัดที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระเจาอยู่หัวฯ) ชาวเชียงใหม่เคารพนับถือพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารมาก เสมือนหนึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่มาแต่โบราณกาล ในสมัยก่อน การขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพนั้น เป็นเรื่องที่ยากลำบากเหลือเกิน เพราะไม่มีถนนสะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน ทางเดินก็แคบๆ และ ไม่ราบเรียบ ต้องผ่านป่าเขาลำเนาไพร และปีนเขาต้องใช้เวลายาวนานถึง 5ชั่วโมงกว่า จนมีคำกล่าวขานกันทั่วไปในสมัยนั้นว่า ถ้าไม่มีพลังบุญและศรัทธาเลื่อมใสจริงๆ ก็จะไม่มีโอกาสได้กราบไหว้พระธาตุดอยสุเทพ ในปี พ.ศ.2477 (ค.ศ.1934) ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย มาจากวัด บ้านปาง จังหวัดลำพูน เป็นผู้เริ่มดำเนินการสร้างถนนขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพ โดยมีเจ้า แก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่สมัยนั้น เป็นผู้เริ่มขุดดินด้วยจอบเป็นปฐมฤกษ์ ตรงที่หน้าสวนสัตว์เชียงใหม่ปัจจุบัน ใกล้ๆ กับบริเวณน้ำตกห้วยแก้ว โดยเริ่มสร้างวันที่ 9 พฤศจิกายน 2477 บันใดนาค เป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งหนึ่งของวัดพระธาตุดอยสุเทพ มี ความงดงามทางด้านศิลปะที่ทรงคุณค่า และมีความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวผู้มานมัสการพระบรมธาตุ มักจะต้องถ่ายภาพเป็นที่ระลึกที่ด้านของบันใดนาค ซึ่งมีทัศนียภาพงดงามและมีเสน่ห์เมื่อมองขึ้นไปตามขั้นใด นักท่องเที่ยวที่มาเยือนครั้งแรก มักจะเดิน ขึ้นหรือเดินลงบันใดนาคเสมอ แต่ส่วนใหญ่มักจะเดินลง ส่วนตอนขึ้นนั้นมักจะขึ้นทางลิฟท์หรือรถรางไฟฟ้า รถรางไฟฟัาได้นำมาใช้บริการประชาชนผู้สูงอายุมานานกว่า 10 ปี ตอนแรกๆ ก็ใช้เพียงขนของสัมภาระขึ้น-ลงพระธาตุเท่านั้น ต่อมา ภายหลังได้ทำการปรับปรุงระบบความปลอดภัยให้ดีขึ้น จึงให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีอายุการใช้งานรถรางไฟฟ้านานมากแล้ว ทางวัดจึงได้ทำการปรับปรุงและพัฒนาครั้งใหญ่เพื่อจะนำมาเสริมสร้างบริการที่ดี และปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวด้วยความมั่นใจยิ่ง
       

 [ 21/05/2558 ]สวนสัตว์เชียงใหม่  [  2077 ครั้ง ]
 
   สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์เชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นโดยนายฮาโรลด์ เมสัน ยัง มิชชั่นนารีชาวอเมริกัน ผู้เข้ามาเป็นอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่พวกทหารและตำรวจชายแดน ในช่วงสงครามเกาหลี (พ.ศ. 2493 - 2496) โดยอาศัยพื้นที่บ้านที่ตนเช่าอยู่คือ บ้านเวฬุวัน เชิงดอยสุเทพ ซึ่งเป็นของนายกีและนางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ เปิดเป็นสวนสัตว์เล็กๆ ของเอกชนขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ พ.ศ. 2495 โดยจ้างคนพื้นเมืองและชาวเขาจำนวนไม่มากช่วยกันดูแล ต่อมานายฮาโรลด์ เมสัน ได้ติดต่อขอที่ดินป่าสงวนเชิงดอยสุเทพต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จนได้รับอนุมัติให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนเชิงดอยสุเทพประมาณ 60 ไร่ เป็นที่ตั้งสวนสัตว์ของเอกชน เปิดบริการให้เข้าชมตั้งแต่วันจักรี 6 เมษายน พ.ศ. 2500 จนกระทั่งนายฮาโรลด์ถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ. 2518 ในปี พ.ศ. 2520 สวนสัตว์จึงได้โอนเข้าสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย สำนักนายกรัฐมนตรี และในปี พ.ศ. 2526 สวนสัตว์เชียงใหม่ยังได้ขยายพื้นที่จากเดิมอีก 500 ไร่ และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาสวนสัตว์ เข้ามาดำเนินงานวางผังหลักกำหนดแนวทางพัฒนาให้แก่สวนสัตว์เชียงใหม่ต่อไปในอนาคต สวนสัตว์เชียงใหม่ เป็นสวนสัตว์ในความดูแลขององค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ บนถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่เป็นเนินเขาและลำห้วยน้อยใหญ่ รวมทั้งผืนป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณไม้สวยงามนานาชนิด ภายในสวนสัตว์มีสัตว์จำนวนมาก เช่น เม่น นกยูง เสือโคร่ง เสือขาว กวาง แรด ฮิปโปเตมัส ช้าง หมี อีเห็น มีส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า ช่วงช่วง หลินฮุ่ย และหลินปิง จากประเทศจีน ในสวนสัตว์เชียงใหม่มี ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ (Chiangmai Zoo Aquarium) ครบวงจรแห่งแรกหนึ่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอุโมงค์ใต้น้ำขนาดยาวที่สุดในโลก รวบรวมปลาน้ำจืดแห่งลุ่มน้ำโขงและโลกใต้ทะเลเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานที่ชื่อว่าวัดกู่ดินขาว ที่เป็นซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเวียงเจ็ดลิน (เวียงโบราณรูปวงกลมที่สร้างขึ้นในสมัยพญาสามฝั่งแก่น กษัตริย์แห่งราชวงค์มังราย ลำดับที่ 8 ระหว่างปีพ.ศ. 1945-1984)
     

 [ 21/05/2558 ]พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่  [  906 ครั้ง ]
 
   พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เป็นพิพิธภัณฑสถานในระดับภาคที่กรมศิลปากรจัดตั้งขึ้น จุดประสงค์ก็เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษา การอนุรักษ์ และการให้บริการข้อมูลทางศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ และของภาคเหนือตอนบน หรือที่เรียกมาแต่โบราณว่า ล้านนา ภายในพิพิธภัณฑ์ ก็จะมีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเมืองเชียงใหม่ ในฐานะเมืองหลวงแห่งล้านนา ตั้งแต่ประวัติอาณาจักรล้านนา สภาพทางธรณีวิทยา และชีวิตดึกดำบรรพ์ ภูมิประเทศ และสภาพแวดล้อมของภาคเหนือ การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ และชาวลัวะชนเผ่าดั้งเดิมของภาคเหนือ นอกจากนี้ ยังจัดแสดงการกอบกู้เอกราชจากพม่า และความสัมพันธ์กับอาณาจักรสยาม ด้านเศรษฐกิจการค้า ระยะแรกระหว่าง พ.ศ.2399 ? 2463 และระหว่าง พ.ศ.2467 ? 2482 เมื่อรถไฟมาถึง รวมถึงเรื่องการดำรงชีวิต และพัฒนาการทางสังคม เช่น การเกษตร อุตสาหกรรม ความสัมพันธ์กับต่างชาติ วิวัตนาการของศิลปกรรมล้านนา และศิลปะในประเทศไทยเป็นต้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ซึ่งเป็นอาคารจัตุรมุขทรงไทยประยุกต์ สองชั้น ประดับยอดจั่วด้วยกาแลแบบศิลปะ พื้นเมือง พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการถาวรภายในอาคาร เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๖ ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ ได้รับการซ่อมแซมและต่อเติม ตัวอาคารให้เต็มรูปแบบ พร้อมทั้งปรับปรุงนิทรรศการถาวร ให้มีเนื้อหาวิชาการและเทคนิคการจัดแสดงที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งในด้านธรรมชาติวิทยา โบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์วิทยา และศิลปกรรมของล้านนา เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำภาคอย่างแท้จริง และสามารถอำนวยประโยชน์ อย่างกว้างขวาง ต่อนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่มาเข้าชม
     

 [ 21/05/2558 ]วัดเจ็ดยอด  [  783 ครั้ง ]
 
   วัดเจ็ดยอด วัดเจ็ดยอด (พระอารามหลวง) เป็นวัดที่มีความสำคัญและเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ มีโบราณสถานโบราณวัตถุที่ล้ำค่า จนเรียกได้ว่า มีครบทุกประการ คือ มีสถานะธรรม สถานะวัตถุ สถานะบุคคล สถานะพิธี ที่บรรพชนได้กระทำและปลูกสร้างไว้ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงทั้งในอดีตและปัจจุบันที่ชาวพุทธรู้จักดี เพราะเป็นวัดที่กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งรายสถาปนาขึ้น และวัดนี้ยังใช้เป็นสถานที่ประชุมสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ของโลก เมื่อ ๕๐๐ กว่าปีล่วงมาแล้ว โบราณสถานต่างๆ ในวัดนี้ได้สร้างความประทับใจให้แก่แขกผู้มาเยี่ยมชมอยู่ตลอดไปอย่างมิลืมเลือน ผู้สถาปนาวัดเจ็ดยอด พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์องค์ที่ ๙ แห่งราชวงศ์เม็งราย เป็นองค์สถาปนาวัดเจ็ดยอดขึ้นในปีพุทธศักราช ๑๙๙๘ (ค.ศ.๑๔๕๕) ณ บริเวณที่ตั้งวัดปัจจุบันนี้ ประเพณีวัฒนธรรมของชาวพุทธที่เคารพนับถือต้นโพธิ์ เพราะต้นโพธิ์เป็นที่ประทับของพระพุทธองค์ เมื่อครั้งตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ พุทธคยา ประเทศอินเดีย ชาวพุทธจึงถือว่าการเคารพกราบไหว้ต้นโพธิ์ เป็นการถวายความเคารพแก่พระพุทธองค์เช่นกัน ดังนั้น ต้นมหาโพธิ์จึงถูกนำมาปลูกไว้ในบริเวณวัดทุกแห่ง ด้วยเหตุนี้เองพระเจ้าติโลกราชจึงให้ข้าราชบริพารไปตัดเอากิ่งตอนต้นโพธิ์จากวัดป่าแดงหลวง ซึ่งเป็นต้นโพธิ์ที่นำมาจากศรีลังกามาปลูกไว้ในวัดนี้และตั้งชื่อวัดนี้ว่า ?วัดโพธารามมหาวิหาร? ซึ่งมีความหมายว่าวัดต้นมหาโพธิ์ และไปนิมนต์ พระอุตตมะปัญญามหาเถระมาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ของวัดนี้
     

มีจำนวนทั้งหมด 4 รวมทั้งหมด : 1 หน้า :
 

 
 
นายคเชน เจียกขจร
นายกเทศมนตรี
 
 
      
 
 
 
 
 
หมายเลข IP Address
54.227.21.188

ขณะนี้
:
11
ท่าน 
ผู้เข้าชมวันนี้
:
27
ท่าน 
ผู้เข้าชมเมื่อวานนี้
:
37
ท่าน 
ผู้เข้าชมเดือนนี้
:
696
ท่าน
ผู้เข้าชมปีนี้
:
9993
ท่าน
เข้าชมทั้งหมด
:
43005
ท่าน
เริ่ม 3 มีนาคม 2557

กลับข้างบน